แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis Correction)

“ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง” (Ptosis) เป็นปัญหาที่ซ่อนเร้นที่เราสามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้ในผู้ที่มีตาสองชั้น ผู้ที่มีตาชั้นเดียว หรือชั้นตาหลบใน ส่วนมากจะทราบว่ามีปัญหานี้ก็ต่อเมื่ออยากทำตาสองชั้น มารู้ตัวอีกทีว่ามีอาการนี้ร่วมอยู่ด้วยก็ตอนที่มาพบจักษุแพทย์ คืออาการที่เปลือกตาบนจะหย่อนลงมามากกว่าปกติ เนื่องจากกล้ามเนื้อตามีปัญหาเรื่องของการอ่อนแรง จึงไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ 



ลักษณะของกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

 

ดวงตาจะดูปรือเหมือนลืมตาได้ไม่สุด ลักษณะเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา ดูเหนื่อยและอ่อนเพลีย
เห็นเบ้าตาได้ลึกมากกว่าปกติ ในรายที่เป็นมากมักจะมีอาการเลิกคิ้วร่วมด้วย อาจเป็นหนึ่งหรือสองข้างก็ได้
ทำให้เกิดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ส่งผลให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยและเสียบุคลิกภาพได้


ประเภทของกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง


กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่


1. เป็นมาแต่กำเนิด

 

 

คนกลุ่มนี้จะมีหนังตาตกตั้งแต่เด็กๆและต้องรีบแก้ไข ไม่อย่างนั้นอาจมองอีกฝั่งหนึ่งไม่ชัด และมีการผ่าตัดที่ยุ่งยาก เนื่องจากต้องแก้ไขกล้ามเนื้อตาส่วนที่ตก หากไม่แก้ไขโดยด่วนอาจเกิดปัญหา “ตาขี้เกียจ” ตามมาได้




2. เป็นในภายหลัง

 

 

สำหรับแบบที่เป็นภายหลังเกิดได้จากหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่ปัญหานี้พบมากในคนที่มีอายุมากขึ้น รวมถึงการใช้ชีวิตของเราเอง เพราะเมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อตาจะยิ่งถูกยืด ทั้งนี้อาจเกิดจากการเช็ดเครื่องสำอางหรือใส่คอนแทคเลนส์ บิ๊กอาย ขยี้ตาบ่อยๆ ทำให้ตาปรือกว่าเมื่อก่อนนั่นเอง


 

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงส่งผลอย่างไรบ้าง?


 

หากเป็นในวัยเด็ก เด็กมักมีอาการแหงนหน้ามอง หากไม่ได้รับการแก้ไขในเวลาที่เหมาะสม จะส่งผลเสียต่อการมองเห็นถาวรได้ เกิดภาวะตาขี้เกียจ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียบุคลิกภาพที่ดี เสียความมั่นใจ ถ้าเป็นมากอาจส่งผลต่อการมองเห็นในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งอาการนี้อาจเกิดขึ้นกับดวงตาเพียงข้างเดียว หรือสองข้างก็ได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุ

 

 การรักษา

 

 

การรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ควรให้จักษุแพทย์เฉพาะทางเป็นผู้ตรวจและวินิจฉัยจากภาวะความรุนแรง เพื่อหาวิธีการรักษาที่ตรงจุด


1. การผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อตา Levator Palpebrae Superioris หรือร้อยเอ็นเทียม


2. การใช้ยารักษา เช่น โรค Myastenia Gravis (MG) (จำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยให้ชัดเจนก่อน)


3. การผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออก ในรายที่เกิดจากก้อนเนื้อกดทับเส้นประสาท 
เริ่มแรกคุณหมอจะตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อตา วิเคราะห์รูปตาของคนไข้ หาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับอาการของคนไข้ และแนะนำชั้นตาในแบบที่เหมาะกับตัวคนไข้มากที่สุด   


 

การผ่าตัดของเคสที่เป็นตั้งแต่กำเนิดและเป็นในภายหลัง ต่างกันอย่างไร?



 



เคสกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงตั้งแต่กำเนิดจะมีการรักษาที่ซับซ้อนกว่า เพราะคนไข้จะมีกล้ามเนื้อตาที่ฝ่อและบางมาก การผ่าตัดจึงยากและซับซ้อนกว่าคนที่เป็นภายหลัง เพราะคนที่เป็นภายหลังกล้ามเนื้อตาจะโตตามวัยตามปกติ และการรักษา หมอจะผ่าตัดเย็บซ่อมแซมกล้ามเนื้อนั้นให้แข็งแรงขึ้น เปิดตาได้มากขึ้น ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยการฉีดยาชาเฉพาะที่ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความยากง่าย แต่สำหรับการทำตาสองชั้นปกติจะใช้เวลาเพียงประมาณ 1-1.30 ชั่วโมง

 



การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

- ไม่ควรแต่งหน้า แต่งตา ใส่คอนแทคเลนส์ หรือติดขนตาปลอม

- ก่อนผ่าตัดควรงดวิตามิน อาหารเสริม อย่างน้อย 2 สัปดาห์

- งดผลิตภัณฑ์ที่มีคอลลาเจนอย่างน้อย 1 เดือน

 



การดูแลแผลหลังผ่าตัดกล้ามเนื้อตา



 



ดวงตาเป็นจุดสำคัญที่ต้องการการดูแลอย่างอ่อนโยน เพราะผิวรอบดวงตามีความบอบบางมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการผ่าตัดกล้ามเนื้อตา อาจเกิดรอยบวม แดง เขียว ช้ำ ที่เปลือกตาบนมากเป็นพิเศษ และจะมีอาการบวมอยู่ในช่วงประมาณ 3 วันแรก หลังจากวันที่ 4 ไปแล้วอาการบวมที่ว่านี้ก็จะลดลง แต่จะยังบวมอยู่ต่อไปได้อีกประมาณ 1-2 สัปดาห์ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดแผลผ่าตัด, แผลมีอาการบวมแดง, มีหนองซึมบริเวณแผล, มีเลือดซึม, เลือดไม่หยุดหลังประคบเย็น, ปวดตา, คลื่นไส้ ฯลฯ ให้มารีบมาพบแพทย์ทันที

 

 



หากในคนไข้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงไม่ได้รับการผ่าตัดแก้ไขให้ตรงจุด แล้วไปทำตาสองชั้นธรรมดา อาจเกิดภาวะตาปรือในภายหลังได้ ฉะนั้นควรปรึกษาแพทย์ที่สามารถวินิจฉัยและผ่าตัดโรคนี้โดยเฉพาะจะเป็นการดีกว่า ซึ่งการผ่าตัดแก้ไขปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หลังจากผ่าตัดเสร็จแล้วผู้ป่วยสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้เลย