ถาม - ตอบ ศัลยกรรมหน้าอก




ถาม : การเสริมหน้าอก ช่วยแก้ปัญหาหน้าอกได้อย่างไร?

ตอบ : ก่อนเสริมหน้าอกเราต้องรู้ตัวเองก่อนว่า หน้าอกของเรามีปัญหาอย่างไร และต้องการเสริมหน้าอกไปเพื่อแก้ปัญหาจุดไหน? เช่น ต้องการแก้ไขปรับเปลี่ยนสรีระให้ดูดีขึ้น, แก้ปัญหาหน้าอกผิดรูป, แก้ไขความหย่อนยาน, ต้องการเสริมหน้าอกให้มีขนาดใหญ่ขึ้น, ปรับรูปทรงของหน้าอกให้ดูสวยงาม, เพิ่มความกระชับเต่งตึง เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้า

 
ถาม : เสริมหน้าอกที่ไหนดี?

ตอบ : สถานเสริมความงามแต่ละแห่งก็จะมีการบริการและราคาที่แตกต่างกันออกไป ควรศึกษารายละเอียดให้ดี ดังต่อไปนี้
1. ผ่านการตรวจสอบจากกระทรวงสาธารณสุข มีเอกสารรับรองถูกต้องจากกระทรวงสาธารณสุขและแสดงเอกสารไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับทราบ 

2. มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีใบประกอบวิชาชีพ การเสริมความงามต้องทำโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเท่านั้น และศัลยแพทย์ต้องมีใบประกอบวิชาชีพถูกต้อง

3. สถานที่สะอาด ปลอดภัย สังเกตได้ง่ายๆจากสถานที่ที่ต้องเน้นความสะอาดเป็นหลัก และมีอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ครบครัน

4. ราคาไม่ถูกจนเกินไป ราคาของการบริการแต่ละแห่งมักจะไม่ต่างกันมากนัก แต่หากสถานบริการที่มีราคาถูกเกินไปก็ควรระวังในเรื่องการใช้ตัวยาหรือวัตถุดิบที่ไม่ได้มาตรฐาน

นอกจากนี้ควรศึกษารายละเอียดในส่วนของเงื่อนไขหลังการใช้บริการ ที่สถานเสริมความงามควรมีแจ้งไว้ถึงความรับผิดชอบกรณีเกิดความผิดพลาดเสียหาย และผู้ใช้บริการควรหาข้อมูลเพิ่มเติมการรีวิวจากเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อความมั่นใจก่อนการตัดสินใจ และเป็นแนวทางในการเลือกเสริมความงามของเราให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด 


 

 


ถาม : เสริมหน้าอกแบบไหนดี?

ตอบ : การเสริมหน้าอกจะมี 2 แบบ ได้แก่

1. แบบเหนือกล้ามเนื้อ การวางซิลิโคนแบบนี้เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกอยู่บ้างแล้ว ไม่เหมาะกับคนที่มีรูปร่างผอมมาก หรือมีเนื้อหน้าอกน้อย เพราะจะดูไม่เป็นธรรมชาติและจะยิ่งทำให้เห็นขอบถุงซิลิโคนชัดมากในผู้ที่มีผิวบาง ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะได้รับความเจ็บปวดน้อยกว่า แต่ก็มีโอกาสทำให้เกิดพังผืดได้สูงกว่าในอนาคต และหน้าอกก็จะมีโอกาสคล้อยลงได้มากกว่าอีกด้วย

2. แบบใต้กล้ามเนื้อ การวางซิลิโคนแบบนี้จะดูเป็นธรรมชาติที่สุด เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกน้อย วิธีนี้จะไม่เห็นขอบของถุงซิลิโคน การสัมผัสจะช่วยให้ได้รับความรู้สึกว่าเหมือนหน้าอกจริงมากกว่า เพราะถุงซิลิโคนจะซ่อนอยู่ใต้กล้ามเนื้อ แต่หากเกร็งกล้ามเนื้อหน้าอกอาจจะเห็นซิลิโคนเคลื่อนที่ได้ และเจ็บมากกว่า (ในระยะแรก) แต่ตำแหน่งนี้จะลดโอกาสการเกิดพังผืดได้มากกว่า วิธีนี้จึงได้รับความนิยมมากกว่า

 
ถาม : ซิลิโคนมีกี่แบบ?

ตอบ : ซิลิโคนเสริมหน้าอกสามารถแบ่งได้ 2 แบบ ได้แก่

การแบ่งตามรูปทรง ได้แก่ ทรงกลม และทรงหยดน้ำ

การแบ่งตามวัสดุด้านใน ได้แก่ น้ำเกลือ และซิลิโคนเจล

 
ถาม : ประเภทของซิลิโคนเสริมหน้าอก

ตอบ : ในปัจจุบันซิลิโคนได้มีการพัฒนาให้มีความทนทานและปลอดภัยมากขึ้น พื้นผิวของซิลิโคนมีให้เลือก 2 แบบ คือ แบบผิวเรียบกับแบบผิวทราย ซึ่งมีข้อแตกต่างกันดังนี้

1. แบบผิวเรียบ มีความนิ่มมากว่า การดูแลหลังการผ่าตัดจะง่ายกว่า ช่วยลดโอกาสการเกิดริ้วคลื่นของซิลิโคน และลดการเกิดเลือดคั่งหรือน้ำเหลืองคั่งได้ดีกว่า และมีราคาถูกกว่า

2. แบบผิวทราย ลดโอกาสการเกิดเต้านมผิดรูปหรือเต้านมไหลหลุดจากทรง เพราะซิลิโคนแบบนี้จะสามารถยึดเกาะกับผิวได้ดีกว่า กรณีที่เสริมหน้าอกแบบเหนือกล้ามเนื้อ ซิลิโคนชนิดนี้จะช่วยลดการเกิดพังผืดได้ดีกว่า



**แต่จากการวิจัยพบว่าในซิลิโคนทั้ง 2 แบบ สามารถก่อให้เกิดพังผืดขึ้นได้ไม่ต่างกันเลย



 


ถาม : เลือกซิลิโคนแบบไหนดี?

ตอบ : การเลือกใช้ซิลิโคนแบรนด์ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณของแต่ละบุคคล ควรเลือกแบรนด์ที่มีคุณภาพ ได้รับการรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้ หลังการผ่าตัดควรเรียกรับกล่องซิลิโคนพร้อมใบรับประกันที่มีเลขซีรี่ส์นัมเบอร์ ระบุชื่อคนไข้ วันผ่าตัด ชื่อแพทย์ และรายละเอียดต่างๆไว้เป็นหลักฐานการรับประกันว่าซิลิโคนที่ใช้เป็นของแท้

 

ถาม : ทำไมต้องมีวิสัญญีแพทย์?

ตอบ : เพราะการวางยาสลบไม่ใช่ใครๆทำก็ได้ ซึ่งแพทย์ทั่วไป พยาบาล หรือแม้แต่ศัลยแพทย์ก็ไม่อาจทำได้ ต้องเป็นวิสัญญีแพทย์เท่านั้นจึงจะปลอดภัย เพราะต้องมีการคำนวณปริมาณยาสลบให้เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคน นอกจากนี้ วิสัญญีแพทย์จะเป็นผู้ดูแลสัญญาณชีพ ระบบการหายใจ และคอยช่วยแก้ปัญหาตลอดการผ่าตัดให้เป็นไปอย่างราบรื่น

 

ถาม : หลังผ่าตัดเจ็บแบบรถสิบล้อทับจริงหรือไม่?

ตอบ : การเสริมหน้าอกที่มีขนาดใหญ่เกินตัว จะทำให้เจ็บมากและเกิดเลือดคั่ง อักเสบหลังผ่าตัด อย่างที่เปรียบกันว่าเหมือนโดนรถทับ แต่ถ้าเราเสริมหน้าอกที่มีขนาดพอดีก็จะไม่เจ็บ หรือเจ็บน้อยกว่า นอกจากนี้วิธีการผ่าตัดก็มีส่วน ถ้าทำอย่างถูกต้องตามหลักการเป็นขั้นตอน หลังผ่าตัดก็จะไม่เจ็บมาก สรุปคือ อยู่ที่ความเหมาะสมของรูปร่างแต่ละคนและเทคนิคของหมอด้วยนั่นเอง

 

ถาม : อาการข้างเคียงที่อาจพบได้ทั่วไป

ตอบ : อาการข้างเคียงหลังการผ่าตัดที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ เวียนหัว อาเจียน ตึง แน่น บริเวณหน้าอกในระยะ 3 วันแรก ซึ่งอาการของแต่ละบุคคลก็อาจพบได้แตกต่างกันออกไปตามพื้นฐานสภาพร่างกายและวัยของคนไข้ การเตรียมพร้อมรับมือก็อาจต้องมีคนมาอยู่เป็นเพื่อนในช่วงพักฟื้น และดูแลแผลให้สะอาดอยู่เสมอ รวมถึงควรทำตามคู่มือแนะนำที่ทางคลินิกให้ไปอย่างเคร่งครัด

 

ถาม : หลังเสริมหน้าอกอาจจะพบกับปัญหาอะไรได้บ้าง ?

ตอบ : ปัญหาหลังเสริมหน้าอกที่พบเจอได้บ่อย แบ่งเป็นปัญหาระยะสั้นและระยะยาว

ปัญหาระยะสั้น เช่น อาการเจ็บ เลือดคั่ง แผลปริหรืออักเสบ และอาการชา

ปัญหาระยะยาว เช่น เกิดพังผืด หน้าอกคล้อย และมะเร็ง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราสามารถดูแลตัวเองให้ดีในช่วงก่อนและหลังผ่าตัดตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ตามมาได้

 

ถาม : พังผืดเต้านมเกิดจากปัจจัยใดบ้าง?

ตอบ : พังผืดเต้านมเกิดจาก 3 ปัจจัย ได้แก่
แพทย์ แพทย์ที่ทำการผ่าตัด ผ่าดีหรือไม่ ถ้าผ่าโหดแบบมีเลือดคั่งและอักเสบ อนาคตอาจจะก่อให้เกิดพังผืดได้
ความสะอาด เชื้อแบคทีเรียก็เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพังผืดได้เช่นกัน รวมถึงสถานที่และเครื่องมือผ่าตัด ควรถูกต้องตามหลักวิชาการ
วัสดุอุปกรณ์ ซิลิโคนควรเป็นของที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ


 

 


ถาม : ถ้าเสริมหน้าอกใหญ่เกินไปจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง?

ตอบ : หากเสริมหน้าอกใหญ่เกินไปอาจส่งผลให้มีอาการหลายอย่างตามมาได้ เช่น เนื้อหน้าอกตึงเกินไป รูปทรงหน้าอกใหญ่ออกด้านข้าง ในผู้ที่มีผิวบางอาจจับเจอขอบซิลิโคน ในระยะยาวอาจเกิดการหย่อนคล้อยได้ง่าย เกิดอาการปวดหลัง หรือมีโอกาสเกิดภาวะหน้าอกแฝด
 


ถาม : “หน้าอกแฝด” คืออะไร?

ตอบ : “หน้าอกแฝด” เกิดขึ้นในผู้ที่ต้องการเสริมหน้าอกให้มีขนาดใหญ่และตรงกลางชิดกันมากเกินไปจนร่องหน้าอกเสีย ไหลมารวมกันทั้งหมด การแก้ไขทำได้โดยการเย็บร่องหน้าอกใหม่จากด้านใน ซึ่งเป็นการแก้ไขที่ทำได้ยากมาก

 

ถาม : เสริมหน้าอกแล้วมีผลต่อการให้นมบุตรหรือไม่?

ตอบ : การที่ผู้หญิงมีลูกแล้วจะให้นมบุตร สรีระย่อมเปลี่ยนไป หน้าอกจะใหญ่ขึ้นเป็นปกติอยู่แล้ว ถ้าทำหน้าอกใหญ่มากๆ พอสรีระเปลี่ยนก็จะยิ่งเจ็บ จนทำให้ให้นมลูกไม่ได้ แต่ถ้าไม่ได้เสริมหน้าอกจนใหญ่มาก ก็จะสามารถให้นมลูกได้ปกติ แต่ก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่าหลังทำนมจะให้นมลูกได้หรือไม่ เพราะต้องดูรายละเอียดต่างๆ รวมถึงประเภทของการเสริมหน้าอกร่วมด้วย ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของเราตั้งแต่แรก ถ้าวางแผนจะมีครอบครัวหรือมีลูกไว้แล้ว ก็ควรทำขนาดพอดีๆ จะดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาแก้อีกครั้ง ซึ่งหมอมักจะถามคนไข้ก่อนทุกครั้งว่าทำหน้าอกไปเพื่ออะไร และจะแนะนำแบบที่เหมาะกับคนไข้ให้นั่นเอง

 

ถาม : เสริมหน้าอกมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งหรือไม่?

ตอบ : ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งในการเสริมหน้าอก คือ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดหายาก หรือ BIA-ALCL (BREAST-IMPLANT ASSOCIATED ANAPLASTIC LARGE CELL LYMPHOMA) ซึ่งไม่ใช่มะเร็งเต้านมที่น่ากลัวแบบที่หลายๆคนเข้าใจกัน BIA-ALCL คือ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ระหว่างซิลิโคนกับเนื้อนมข้างใน โดยมีพังผืดหุ้มอยู่อีกรอบหนึ่ง หรือก็คือต้องเริ่มเป็นพังผืดก่อนจึงมีโอกาสเป็นมะเร็งชนิดนี้ ซึ่งพบได้น้อยมาก มีโอกาสพบใน 1 ต่อ 30,000 บางคนที่มะเร็งยังอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเป็น เพราะจะพบว่าเป็นพังผืดก่อนแล้วพอเรารักษาพังผืดเรียบร้อยแล้ว ก็ถือเป็นการรักามะเร็งชนิดนี้ด้วย แต่ถ้าเป็นมะเร็งเต้านมที่เป็นก้อนนั้นยังไม่เคยเกิดในคนที่เสริมหน้าอก

ถาม : ปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยเกิดจากสาเหตุใดบ้าง?

ตอบ : ปัญหาความหย่อนคล้อยของหน้าอก โดยทั่วไปเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การใส่บราที่หลวมเกินไป , ขนาดของเต้านมที่ใหญ่เกินไป , ปริมาณของไขมันในร่างกาย , ภาวะหลังการตั้งครรภ์ หรือการตั้งครรภ์หลายครั้ง , วัยที่เพิ่มขึ้น รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ , การลดน้ำหนักที่รวดเร็วเกินไป ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้หน้าอกหย่อนคล้อยลงได้ครับ


ถาม : การเสริมหน้าอกในสาวประเภทสอง มีความยากกว่าผู้หญิงทั่วไปอย่างไร?

ตอบ : ความยากจะอยู่ตรงที่สาวประเภทสองจะมีเนื้อหน้าอกน้อยกว่าผู้หญิง และหัวนมจะมีระยะห่างจากตรงกลางมากกว่าผู้หญิง การเสริมหน้าอกจะทำให้เนื้อตึงมาก หมอจึงไม่แนะนำให้ทำแบบเหนือกล้ามเนื้อเพราะไม่ปลอดภัย ควรทำแบบใต้กล้ามเนื้อ ส่วนขนาดว่าจะทำได้ใหญ่แค่ไหนก็อยู่ที่เทคนิคของหมอและเนื้อของคนไข้เองว่ายืดได้มากน้อยเพียงใด

 
ถาม : แผลผ่าตัดหลังเสริมหน้าอกจะเป็นคีลอยด์หรือไม่?

ตอบ : การผ่าตัดด้วยเทคนิคใหม่จะช่วยให้ความยาวของแผลลดลง เลือดออกน้อยลง ส่วนการรักษารอยแผลเป็นไม่ให้เกิดคีลอยด์ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของคนไข้ ช่วงระยะ 2 เดือนแรกหลังผ่าตัดควรงดอาหารแสลง และใช้ยาทาลดรอยแผลเป็นทาอย่างสม่ำเสมอ หรือใช้แผ่นซิลิโคนลดรอยแผลเป็น หากยังไม่ดีขึ้นก็อาจมาพบศัลยแพทย์เพื่อทำการรักษารอยแผลที่นูนด้วยเลเซอร์