รักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ไม่อยากตาสวยแบบปลอมๆ ต้องเชื่อหมอ

Last updated: May 21, 2020  |  535 จำนวนผู้เข้าชม  |  รีวิวกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง by หมอยุ้ย

รักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ไม่อยากตาสวยแบบปลอมๆ ต้องเชื่อหมอ

 

ตาสวย ไม่ปลอม



ตอนแรกเราก็ไม่รู้นะคะ ว่าตัวเองเป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ปกติตาจะดูปรือๆ เหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา ก็มีเพื่อนทักเหมือนกันว่าหน้าเราเหมือนคนง่วงนอน แต่เราก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะในแต่ละวันเราก็ง่วงนอนจริงๆ เราต้องทำงานหน้าคอมวันละประมาณ 10 ชั่วโมง เลยอยากไปทำตาสองชั้นให้เหมือนสาวสาย ฝ. ตากลมๆ โตๆ เซ็กซี่ๆ จะได้ดูสดใสไม่ง่วง ก็เลยมาปรึกษากับคุณหมอท่านหนึ่ง ที่คลินิกย่านใจกลางเมือง (ขอไม่บอกชื่อคลินิกค่ะ) ว่าอยากทำตาสองชั้นให้ตาดูโตขึ้นค่ะ เป็นคลินิกที่น้องที่ทำงานคนหนึ่งแนะนำมา

 

รูปก่อนแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงค่ะ

 



คุณหมอท่านนั้นก็ตรวจและบอกว่าเรามีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงนะ ถึงทำตาสองชั้นไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร จะยิ่งทำให้ดูตาปรือ ต้องรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงก่อน ถึงค่อยทำตาสองชั้น พอมาดูโปรแกรมการรักษาก็เห็นว่าเราต้องรักษาหลายขั้นตอนมาก ต้องเปิดหัวตา หางตา ยกคิ้ว อะไรแบบนี้ หลายอย่างมากค่ะ ค่าใช้จ่ายที่คิดออกมาก็หลักแสนอ่ะค่ะ ตอนนั้นเลยกลับไปคิดดูก่อน ยังไม่ตัดสินใจทำ



แล้วเราก็ลองหาข้อมูลดูใหม่อีกครั้ง ก็เจอรีวิวเคสทำตาเหมือนของเราเลยค่ะ ที่เป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คนนั้นเขามาทำที่จาเรมคลินิก เราเลยค้นหาประวัติของคุณหมอยุ้ยดูอีกทีเพื่อความมั่นใจ ก็โอเคมากค่ะ คุณหมอเป็นจักษุแพทย์เฉพาะทางด้วย และเราก็เข้ามาปรึกษาคุณหมอยุ้ยค่ะ



ซึ่งคุณหมอยุ้ยบอกว่าตาของเราไม่ต้องเปิดหัวตาก็ได้ แค่ปรับกล้ามเนื้อตาก็พอ และไม่ต้องยกคิ้ว เพราะมันไม่เหมาะกับเบ้าตาของเรา และคุณหมอก็แจ้งเราตามตรงว่าทำออกมาแล้วชั้นตาอาจจะไม่ได้เท่ากัน 100 % แต่หมอจะพยายามทำให้เท่ากันมากที่สุด หลังทำจะเห็นตาดำเยอะขึ้น และดวงตาจะดูสดใสขึ้นแน่นอน แต่ถ้าเราไม่ดูแลตัวเองและยังใช้สายตามากๆอยู่อีกมันก็จะมีโอกาสกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก คุณหมออธิบายอย่างจริงใจมากๆ หลังจากเข้ามาพบคุณหมอยุ้ยแล้วก็นัดวันผ่าเลยค่ะ

 

หลังผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

 หลังทำ 3 วัน

 

 

หลังทำ 1 สัปดาห์

 



วันผ่าน้องเจ้าหน้าที่ที่จาเรมบอกว่าให้เราพาเพื่อนมาด้วย จะได้มีเพื่อนกลับบ้าน แต่เราพาแฟนและลูกมารอ รออยู่สักพักก็สงสารลูก เพราะต้องรอเรานาน 4 ชั่วโมง ก็เลยให้แฟนพาลูกกลับบ้านไปก่อน หลังผ่าเสร็จเราไม่เจ็บเลยนะ ไม่ปวดแผลด้วย ลืมตาได้ปกติ การมองเห็นก็ชัดเจน ถ้าเอารถมาจอดไว้ก็ขับกลับเองได้ แต่ทีนี้เราอยู่คนเดียวก็เลยต้องนั่งแท็กซี่กลับค่ะ

 

หลังทำ 1 เดือน

 



ส่วนการผ่าตัดก็ไม่ได้กรีดยาวนะคะ มีแผลผ่ายาวมาประมาณครึ่งตา หลังจากผ่า 14 วันก็มาตัดไหมตามปกติค่ะ แผลหายเร็ว ไม่ช้ำเยอะ ไม่บวม มีแดงบ้างนิดหน่อยตรงแผล ดูไม่น่ากลัวไม่เป็นสีม่วงๆแบบช้ำเลือดช้ำหนองเหมือนในรีวิวที่อื่นที่เราเคยเข้าไปดู ยาแก้ปวดที่คุณหมอให้ไปก็ไม่ได้กินเลยค่ะ เพราะไม่ปวดเลย คุณหมอมือเบามาก ยาแก้อักเสบก็กินๆลืมๆ แต่แผลไม่เป็นไรเลยค่ะ

 

หลังทำ 2 เดือน

 

 



ที่จริงคุณหมอสั่งว่าให้นอนหมอนสูงๆ ห้ามนอนตะแคง แต่เราเป็นคนติดนอนตะแคงมาก นอนหงายไม่ได้เลย ก็เลยถามคุณหมอตั้งแต่วันแรกๆเลยว่าถ้านอนตะแคงเป็นไรมั้ย คุณหมอบอกไม่เป็นไรถ้าเราฝืนตัวเองไม่ไหวจริงๆ และเราก็ไม่ค่อยประคบเย็นด้วย แต่เราก็โชคดีที่หายเร็วมาก อันนี้ห้ามลอกเลียนแบบนะคะ

 

หลังทำ 3 เดือน

 

 



เพื่อนทักกันหลายคนเลยว่าไปทำศัลยกรรมตามาเหรอ เราก็บอกว่าไม่เชิงศัลยกรรมหรอก เรียกว่าไปรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงดีกว่า เพื่อนยังทักอยู่ว่าตายังดูเศร้าๆนะ เราเลยอยากจะให้คุณหมอผ่าแก้ใหม่ แต่คุณหมอบอกว่าเราเป็นคนที่หางตาโค้งลง เบ้าตาและโครงสร้างของดวงตาเป็นแบบนั้น จะยกหางตาไปก็ไม่รับกับเบ้าตาเราอยู่ดี จะให้กลมโตเหมือนสาวสาย ฝ. ก็เป็นไปไม่ได้ มันต้องดูโครงสร้างเดิมด้วย พื้นที่ระหว่างตาถึงคิ้วของเราก็ไม่มาก ถ้าทำตาแบบสาย ฝ. จะทำให้เบ้าตาลึก อาจดูแก่ไปเลย เราคงเป็นได้แค่สาย ก.

 



เพื่อความปลอดภัยและสวยในแบบที่เป็นตัวเราเองก็เลยเชื่อคุณหมอค่ะ หากอยากสวยคมแบบสาย ฝ. คงต้องใช้การแต่งหน้าเข้าช่วยค่ะ โดยรวมแล้วคือโอเคมากๆค่ะ อยากให้ทุกคนที่มีอาการคล้ายๆกับเรา ลองเข้ามาตรวจหาอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงกันก่อน เพื่อหาวิธีการรักษาต่อไป



*สาย ฝ. = ฝรั่ง

*สาย ก. = เกาหลี

 

 

ถ้าอยากรู้เรื่อง >> กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงรักษาอย่างไร? << เพิ่มเติมคลิกที่นี่

 

 


รีวิวที่เกี่ยวข้อง

 

รีวิวทำตาสองชั้นสวยธรรมชาติฉบับ “คุณหมอยุ้ย” จาเรมคลินิก


อย่าปล่อยให้ปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงลุกลามจนหน้าดูแก่กว่าวัย!!!


ประสบการณ์ทำตาครั้งที่ 4 กับการแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง