รักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ไม่อยากตาสวยแบบปลอมๆ ต้องเชื่อหมอ

Last updated: 2020-05-21  |  845 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ไม่อยากตาสวยแบบปลอมๆ ต้องเชื่อหมอ

 

ตาสวย ไม่ปลอม



ตอนแรกเราก็ไม่รู้นะคะ ว่าตัวเองเป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ปกติตาจะดูปรือๆ เหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา ก็มีเพื่อนทักเหมือนกันว่าหน้าเราเหมือนคนง่วงนอน แต่เราก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะในแต่ละวันเราก็ง่วงนอนจริงๆ เราต้องทำงานหน้าคอมวันละประมาณ 10 ชั่วโมง เลยอยากไปทำตาสองชั้นให้เหมือนสาวสาย ฝ. ตากลมๆ โตๆ เซ็กซี่ๆ จะได้ดูสดใสไม่ง่วง ก็เลยมาปรึกษากับคุณหมอท่านหนึ่ง ที่คลินิกย่านใจกลางเมือง (ขอไม่บอกชื่อคลินิกค่ะ) ว่าอยากทำตาสองชั้นให้ตาดูโตขึ้นค่ะ เป็นคลินิกที่น้องที่ทำงานคนหนึ่งแนะนำมา

 

รูปก่อนแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงค่ะ

 



คุณหมอท่านนั้นก็ตรวจและบอกว่าเรามีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงนะ ถึงทำตาสองชั้นไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร จะยิ่งทำให้ดูตาปรือ ต้องรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงก่อน ถึงค่อยทำตาสองชั้น พอมาดูโปรแกรมการรักษาก็เห็นว่าเราต้องรักษาหลายขั้นตอนมาก ต้องเปิดหัวตา หางตา ยกคิ้ว อะไรแบบนี้ หลายอย่างมากค่ะ ค่าใช้จ่ายที่คิดออกมาก็หลักแสนอ่ะค่ะ ตอนนั้นเลยกลับไปคิดดูก่อน ยังไม่ตัดสินใจทำ



แล้วเราก็ลองหาข้อมูลดูใหม่อีกครั้ง ก็เจอรีวิวเคสทำตาเหมือนของเราเลยค่ะ ที่เป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คนนั้นเขามาทำที่จาเรมคลินิก เราเลยค้นหาประวัติของคุณหมอยุ้ยดูอีกทีเพื่อความมั่นใจ ก็โอเคมากค่ะ คุณหมอเป็นจักษุแพทย์เฉพาะทางด้วย และเราก็เข้ามาปรึกษาคุณหมอยุ้ยค่ะ



ซึ่งคุณหมอยุ้ยบอกว่าตาของเราไม่ต้องเปิดหัวตาก็ได้ แค่ปรับกล้ามเนื้อตาก็พอ และไม่ต้องยกคิ้ว เพราะมันไม่เหมาะกับเบ้าตาของเรา และคุณหมอก็แจ้งเราตามตรงว่าทำออกมาแล้วชั้นตาอาจจะไม่ได้เท่ากัน 100 % แต่หมอจะพยายามทำให้เท่ากันมากที่สุด หลังทำจะเห็นตาดำเยอะขึ้น และดวงตาจะดูสดใสขึ้นแน่นอน แต่ถ้าเราไม่ดูแลตัวเองและยังใช้สายตามากๆอยู่อีกมันก็จะมีโอกาสกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก คุณหมออธิบายอย่างจริงใจมากๆ หลังจากเข้ามาพบคุณหมอยุ้ยแล้วก็นัดวันผ่าเลยค่ะ

 

หลังผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

 หลังทำ 3 วัน

 

 

หลังทำ 1 สัปดาห์

 



วันผ่าน้องเจ้าหน้าที่ที่จาเรมบอกว่าให้เราพาเพื่อนมาด้วย จะได้มีเพื่อนกลับบ้าน แต่เราพาแฟนและลูกมารอ รออยู่สักพักก็สงสารลูก เพราะต้องรอเรานาน 4 ชั่วโมง ก็เลยให้แฟนพาลูกกลับบ้านไปก่อน หลังผ่าเสร็จเราไม่เจ็บเลยนะ ไม่ปวดแผลด้วย ลืมตาได้ปกติ การมองเห็นก็ชัดเจน ถ้าเอารถมาจอดไว้ก็ขับกลับเองได้ แต่ทีนี้เราอยู่คนเดียวก็เลยต้องนั่งแท็กซี่กลับค่ะ

 

หลังทำ 1 เดือน

 



ส่วนการผ่าตัดก็ไม่ได้กรีดยาวนะคะ มีแผลผ่ายาวมาประมาณครึ่งตา หลังจากผ่า 14 วันก็มาตัดไหมตามปกติค่ะ แผลหายเร็ว ไม่ช้ำเยอะ ไม่บวม มีแดงบ้างนิดหน่อยตรงแผล ดูไม่น่ากลัวไม่เป็นสีม่วงๆแบบช้ำเลือดช้ำหนองเหมือนในรีวิวที่อื่นที่เราเคยเข้าไปดู ยาแก้ปวดที่คุณหมอให้ไปก็ไม่ได้กินเลยค่ะ เพราะไม่ปวดเลย คุณหมอมือเบามาก ยาแก้อักเสบก็กินๆลืมๆ แต่แผลไม่เป็นไรเลยค่ะ

 

หลังทำ 2 เดือน

 

 



ที่จริงคุณหมอสั่งว่าให้นอนหมอนสูงๆ ห้ามนอนตะแคง แต่เราเป็นคนติดนอนตะแคงมาก นอนหงายไม่ได้เลย ก็เลยถามคุณหมอตั้งแต่วันแรกๆเลยว่าถ้านอนตะแคงเป็นไรมั้ย คุณหมอบอกไม่เป็นไรถ้าเราฝืนตัวเองไม่ไหวจริงๆ และเราก็ไม่ค่อยประคบเย็นด้วย แต่เราก็โชคดีที่หายเร็วมาก อันนี้ห้ามลอกเลียนแบบนะคะ

 

หลังทำ 3 เดือน

 

 



เพื่อนทักกันหลายคนเลยว่าไปทำศัลยกรรมตามาเหรอ เราก็บอกว่าไม่เชิงศัลยกรรมหรอก เรียกว่าไปรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงดีกว่า เพื่อนยังทักอยู่ว่าตายังดูเศร้าๆนะ เราเลยอยากจะให้คุณหมอผ่าแก้ใหม่ แต่คุณหมอบอกว่าเราเป็นคนที่หางตาโค้งลง เบ้าตาและโครงสร้างของดวงตาเป็นแบบนั้น จะยกหางตาไปก็ไม่รับกับเบ้าตาเราอยู่ดี จะให้กลมโตเหมือนสาวสาย ฝ. ก็เป็นไปไม่ได้ มันต้องดูโครงสร้างเดิมด้วย พื้นที่ระหว่างตาถึงคิ้วของเราก็ไม่มาก ถ้าทำตาแบบสาย ฝ. จะทำให้เบ้าตาลึก อาจดูแก่ไปเลย เราคงเป็นได้แค่สาย ก.

 



เพื่อความปลอดภัยและสวยในแบบที่เป็นตัวเราเองก็เลยเชื่อคุณหมอค่ะ หากอยากสวยคมแบบสาย ฝ. คงต้องใช้การแต่งหน้าเข้าช่วยค่ะ โดยรวมแล้วคือโอเคมากๆค่ะ อยากให้ทุกคนที่มีอาการคล้ายๆกับเรา ลองเข้ามาตรวจหาอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงกันก่อน เพื่อหาวิธีการรักษาต่อไป



*สาย ฝ. = ฝรั่ง

*สาย ก. = เกาหลี

 

 

ถ้าอยากรู้เรื่อง >> กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงรักษาอย่างไร? << เพิ่มเติมคลิกที่นี่

 

 


รีวิวที่เกี่ยวข้อง

 

รีวิวทำตาสองชั้นสวยธรรมชาติฉบับ “คุณหมอยุ้ย” จาเรมคลินิก


อย่าปล่อยให้ปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงลุกลามจนหน้าดูแก่กว่าวัย!!!


ประสบการณ์ทำตาครั้งที่ 4 กับการแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง