เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการดูดไขมันด้วยเครื่องต่างๆ

Last updated: Jul 27, 2020  |  634 จำนวนผู้เข้าชม  |  เรื่องน่ารู้การศัลยกรรม

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการดูดไขมันด้วยเครื่องต่างๆ

 

ดูดไขมัน


เมื่อไขมันส่วนเกินมาเยือน “การดูดไขมัน” จึงเป็นวิธีกำจัดไขมันส่วนเกินอันดับต้นๆ ที่ได้ผลรวดเร็วที่สุด เพราะการออกกำลังกายอาจใช้เวลานานเกินไป โดยเชื่อหรือไม่ว่า การดูดไขมันนี้มีมานานกว่า 100 ปีแล้ว เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการดูดไขมันถูกพัฒนาให้มีหลายแบบ เครื่องมือเครื่องไม้ก็เช่นกัน ซึ่งก่อนทำการดูดไขมันควรศึกษาถึงข้อดีและข้อเสียที่จะได้รับจากเครื่องมือในแต่ละแบบกันก่อน



 

 

 


1. LAL (Laser Assisted Liposuction) เทคโนโลยีกำจัดไขมันด้วยแสงเลเซอร์

ข้อดี : แผลมีขนาดเล็ก

ข้อเสีย : เป็นการใช้ความร้อนที่ควบคุมได้ยาก อาจเกิดอันตรายต่ออวัยวะข้างเคียง




2. RFAL (Radio Frequency Assisted Liposuction) เทคโนโลยีกำจัดไขมันด้วยคลื่นวิทยุ

ข้อดี : เน้นการกระชับผิวจากภายนอกสู่ภายใน

ข้อเสีย : ความร้อนอาจทำให้ผิวหนังหดตัวหรือเกิดรอยไหม้ได้



 

3. VAL (VASER Assisted Liposuction) เทคโนโลยีกำจัดไขมันด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง

ข้อดี : คลื่นเสียงไม่ส่งผลกระทบกับเส้นเลือดและเส้นประสาท

ข้อเสีย : ความร้อนอาจทำให้แผลหายช้า


4. PAL (Power Assisted Liposuction) เทคโนโลยีกำจัดไขมันด้วยการสั่นสะเทือนของเครื่อง

ข้อดี : ไม่เกิดความร้อน แผลช้ำน้อยลง

ข้อเสีย : หากดูดไขมันในส่วนที่มีไขมันหนาแน่นอาจต้องใช้เวลานาน



 

ทั้งนี้ การพิจารณาว่าจะใช้เทคนิคการดูดไขมันแบบใดก็ขึ้นอยู่กับศัลยแพทย์เป็นผู้วิเคราะห์ ซึ่งอาจเป็นการนำเอาเครื่องมือหลายชนิดมาใช้รวมกันในจุดเดียว หรือแยกใช้ตามจุดต่างๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยประเมินจากสรีระร่างกายของผู้รับบริการเป็นหลัก และหากทำการดูดไขมันออกจากร่างกายไปแล้ว ก็ต้องสร้างวินัยให้กับตนเองด้วย ทั้งเรื่องการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายสร้างกล้ามเนื้อให้กระชับ และไม่เกิดไขมันสะสมขึ้นมาอีก

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง


Vitamin Drip ทางเลือกใหม่ของการเสริมวิตามิน


เทคนิคปรับรูปหน้าให้เป็นทรง V Shape แบบสาวเกาหลี


ส่อง 5 จุดสุดฮิตที่ผู้ชายนิยมทำศัลยกรรม