เสริมหน้าอก (Breast Augmentation)


 
 
 
ใครๆก็อยากมีรูปร่างดี สมส่วน องค์ประกอบโดยรวมของรูปร่างที่ดีคงหนีไม่พ้นหน้าอก เพราะขนาดของ “หน้าอก” เป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างให้รูปร่างของผู้หญิงให้ดูดีได้สัดส่วน เพื่อช่วยให้สวมใส่เสื้อผ้าได้อย่างสวยงามและมั่นใจ ที่จาเรมคลินิกจึงได้นำเทคนิคพิเศษในการ เสริมหน้าอก ที่เรียกว่าแบบใต้กล้ามเนื้อ (Dual Plane) โดย คุณหมอหลุยส์ นพ.พลเดช สุวรรณอาภา ศัลยแพทย์เฉพาะทางผู้ก่อตั้ง จาเรมคลินิก ที่มีความเชี่ยวชาญและเต็มไปด้วยประสบการณ์ โดยคุณหมอจะเน้นการเสริมหน้าอกที่เป็นธรรมชาติให้มากที่สุดจากการประเมินโครงสร้างร่างกายของผู้มารับบริการเป็นแบบรายเคส พร้อมห้องผ่าตัดที่ได้รับมาตรฐาน สะอาด ปลอดเชื้อ เครื่องมือแพทย์ครบครัน วิสัญญีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการดูแลเอาใจใส่และให้คำปรึกษาผู้ที่มารับบริการทุกเคสด้วยความจริงใจ ใช้ซิลิโคนของแท้ที่มีคุณภาพสูง ได้รับมาตรฐานและการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยา 
 

 
วัสดุที่ทางการแพทย์นิยมนำมาใช้เสริมหน้าอกก็คือ “ซิลิโคน” การเลือกซิลิโคนจึงควรเลือกชนิดที่มีคุณภาพสูง และได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยาเท่านั้น ซิลิโคนเสริมหน้าอกจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
 
แบบถุงน้ำเกลือ และ แบบถุงซิลิโคน
ที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบันจะเป็นแบบถุงซิลิโคน ซึ่งจะประกอบไปด้วยวัสดุ 2 ส่วน คือ 

1.ส่วนของถุง ทำจากซิลิโคนคุณภาพดี ยืดขยายตัวได้ดี เกิดการรั่วซึมได้ยาก 
2.ส่วนที่เป็นของเหลวที่บรรจุอยู่ในถุง ปัจจุบันมีการพัฒนาให้มีการคงตัวดี รั่วซึมยาก จึงมีความปลอดภัยในการใช้งานสูง
 
                                       
 
รูปทรงซิลิโคนมีให้เลือก 2 แบบ คือ
 
1. ทรงกลม เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขรูปทรงหน้าอกที่หย่อนคล้อย ให้กลับมาสวย เต่งตึง เข้ารูปทรง
2. ทรงหยดน้ำ มีรูปทรงเหมือนหยดน้ำ เหมาะกับผู้หญิงที่มีเต้านมขนาดเล็ก ช่วยเสริมให้มีความกลมกลืนดูเป็นธรรมชาติ 

 
 
พื้นผิวของซิลิโคน

ในปัจจุบันซิลิโคนได้มีการพัฒนาให้มีความทนทานและปลอดภัยมากขึ้น พื้นผิวของซิลิโคนมีให้เลือก 2 แบบ คือ
แบบผิวเรียบกับแบบผิวทราย ซึ่งมีข้อแตกต่างกันดังนี้
 
 


 

1. แบบผิวเรียบ มีความนิ่มมากว่า การดูแลหลังการผ่าตัดจะง่ายกว่า ช่วยลดโอกาสการเกิดริ้วคลื่นของซิลิโคน และลดการเกิดเลือดคั่งหรือน้ำเหลืองคั่งได้ดีกว่า และมีราคาถูกกว่า


2. แบบผิวทราย ลดโอกาสการเกิดเต้านมผิดรูปหรือเต้านมไหลหลุดจากทรง เพราะซิลิโคนแบบนี้จะสามารถยึดเกาะกับผิวได้ดีกว่า กรณีที่เสริมหน้าอกแบบเหนือกล้ามเนื้อ ซิลิโคนชนิดนี้จะช่วยลดการเกิดพังผืดได้ดีกว่า 


แต่จากการวิจัยพบว่าในซิลิโคนทั้ง 2 แบบ สามารถก่อให้เกิดพังผืดขึ้นได้ไม่ต่างกันเลย
 
 
ตำแหน่งการวางซิลิโคน
 
 
1. แบบเหนือกล้ามเนื้อ การวางซิลิโคนแบบนี้เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกอยู่บ้างแล้ว ไม่เหมาะกับคนที่มีรูปร่างผอมมาก หรือมีเนื้อหน้าอกน้อย เพราะจะดูไม่เป็นธรรมชาติและจะยิ่งทำให้เห็นขอบถุงซิลิโคนชัดมากในผู้ที่มีผิวบาง ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะได้รับความเจ็บปวดน้อยกว่า แต่ก็มีโอกาสทำให้เกิดพังผืดได้สูงกว่าในอนาคต และหน้าอกก็จะมีโอกาสคล้อยลงได้มากกว่าอีกด้วย

2. แบบใต้กล้ามเนื้อ การวางซิลิโคนแบบนี้จะดูเป็นธรรมชาติที่สุด เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกน้อย วิธีนี้จะไม่เห็นขอบของถุงซิลิโคน การสัมผัสจะช่วยให้ได้รับความรู้สึกว่าเหมือนหน้าอกจริงมากกว่า เพราะถุงซิลิโคนจะซ่อนอยู่ใต้กล้ามเนื้อ แต่หากเกร็งกล้ามเนื้อหน้าอกอาจจะเห็นซิลิโคนเคลื่อนที่ได้ และเจ็บมากกว่า (ในระยะแรก) แต่ตำแหน่งนี้จะลดโอกาสการเกิดพังผืดได้มากกว่า วิธีนี้จึงได้รับความนิยมมากกว่า
 
 
แผลผ่าตัดควรอยู่ตรงบริเวณไหน?
 
 
 
 
วิธีการผ่าตัดนำซิลิโคนเข้าไปแบ่งออกเป็น 3 ช่องทาง ได้แก่

1. รักแร้ (Armpit) แผลทางรักแร้เป็นแผลยอดฮิตในอดีต เนื่องจากเชื่อว่าข้อดีของการผ่าตัดแผลทางนี้คือ มองไม่เห็นแผล แต่ปัจจุบันผู้หญิงใส่ชุดโชว์รักแร้มากขึ้น อาจจะซ่อนแผลไม่ได้เสมอไป ผ่าตัดทางรักแร้ส่วนใหญ่เป็นการผ่าตัดเหนือกล้ามเนื้อมากกว่าใต้กล้ามเนื้อเพราะผ่าตัดยาก ต้องใช้วิธีส่องกล้องร่วมด้วย เกิดมีเลือดคั่งมากกว่า และเกิดปัญหาราวนมไม่เท่ากันได้บ่อย 

2. รอบปานนม (Peri-Areolar) แผลทางปานนมมีข้อดีคือแผลเล็ก ถ้ารักษาได้ดีอาจจะมองไม่เห็นแผลเลย แต่อาจจะใส่ซิลิโคนได้ขนาดเล็กตามไปด้วย เสี่ยงบาดเจ็บต่อท่อน้ำนม และทำให้หัวนมชามากกว่าวิธีอื่น 

3. ใต้ราวนม (Breast Fold) แผลใต้ราวนมเป็นแผลที่นิยมมากในปัจจุบัน สามารถเลาะชั้นกล้ามเนื้อได้ดี จัดวางซิลิโคนได้ดีกว่าวิธีอื่นๆ แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องแผลเป็นเห็นชัดกว่าวิธีอื่น  ต้องดูแลแผลอย่างถูกวิธีเพื่อลดแผลเป็นให้จางลงตามกาลเวลา
 

 
การเตรียมตัวก่อนการเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอก
 
 
 
 
 
 
1. ไม่ปกปิดข้อมูลด้านสุขภาพ ควรแจ้งข้อมูลโรคประจำตัว ยาที่รับประทานอยู่เป็นประจำ ประวัติการแพ้ยา
หรือหากมีอาการเจ็บป่วยไม่สบายก่อนวันผ่าตัด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบก่อนวันผ่าตัด
 
2. งดสูบบุหรี่และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ 
 
3. ควรงดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 7-14 วันก่อนการผ่าตัด
 
4. งดน้ำและอาหารก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
 
5. ไม่ใส่คอนแทคเลนส์, แต่งหน้า, ทาเล็บ, ทาโลชั่น, ฉีดน้ำหอม หรือใส่เครื่องประดับในวันผ่าตัด
 
6. เพื่อความสะดวกควรนำเสื้อที่มีกระดุมด้านหน้ามาใส่หลังจากผ่าตัดเสร็จ
 
7. ควรมีผู้ติดตามหรือญาติมาด้วยในวันผ่าตัด
 
 

 

 

 

 

  ปัจจุบันมีข่าวแพทย์เถื่อนหรือผ่าตัดเกิดปัญหาอยู่เรื่อยๆ แนะนำให้ศึกษาหาข้อมูลให้มาก อย่าหลงเชื่อเพียงแค่รีวิวมากมาย
ให้พูดคุยปรึกษากับแพทย์ที่จะผ่าตัดเสริมหน้าอกให้เราโดยตรง สอบถามข้อสงสัยต่างเพื่อความมั่นใจ
ที่สำคัญควรตรวจเช็คด้วยว่าเป็นแพทย์จริงๆ ไม่ใช่แพทย์ปลอม 

 

  รีวิวเสริมหน้าอก